วันนี้คุณจั๊กค้นพบว่าตัวเองมีอะไรบางอย่างที่ชวนให้น่าหงุดหงิดใจมากๆ
ต้นกำเนิดของสิ่งที่ทำให้กุว้าวุ่นใจ
อธิบายค่อนข้างลำบาก
แต่ถ้าเป็นในนิทานโบราณ ภาพมันจะเป็นประมาณนี้
สาวน้อยหมวกแดงเดินเล่นอยู่ในทุ่งพลางร้องเพลงไปด้วย
/ลัลลาๆๆๆ สนุกจัง อากาศสดชื่น นกร้องจิ๊บๆ
วันหนึ่งมีคนเดินผ่านมาทักว่า เอ้ะ ทำไมเดินลัดสนามหละ เค้าห้ามนะรู้มั้ย
หนูน้อยหมวกแดงถามว่า เค้านี่ใคร
คนนั้นตอบว่า ก็ไม่รู้ ได้ยินมา
แต่อย่าเดินบนหญ้าอีกนะนังหนู มันไม่ดี แล้วนี่เก็บดอกไม้ด้วยหรอ ทำไม่ได้นะเนี่ยย
หนูน้อยหมวกแดงไม่แย เดินต่อไปพลางครุ่นคิด
/มันไม่ดี ไม่ดียังไง พ่อมึงเป็นเจ้าของสวนหรอ มีสิทธิอะไรมาห้ามกุ
แถมอีเค้าเนี่ย เค้าไหน ตอบไม่ได้อย่ามาเสร่อ
ในขณะที่จังหวะเดินช้าลง หัวกลับหมุนต่อมากขึ้น
/หรือที่อินั่นพูดมันจะจริง การเหยี่ยบย่ำสนามหญ้าอาจเป็นการกระทำที่หยาบช้า หรอวะ ไม่สิ ไม่เกี่ยว
ตอนนี้เสียงลัลๆล๊า เริ่มหายไป
/เอ้อ แต่ไม่เห็นมีใครวิ่งในทุ่งกันเลยนี่หน่า เค้าก็เดินกันบนถนนนู่น หรือว่า …มันจะไม่ดีจริงๆ
หนูน้อยหมวกแดงเริ่มเดินแฉลบออกข้างทางเล็กน้อย
/หรือว่ากุเป็นคนเห็นแก่ตัว self-center มองโลกในแง่ดีเกินไปและไม่สนใจคนอื่นวะั
ตอนนี้เดินบนหญ้าเริ่มไม่สนุกแล้ว
หนูน้อยหมวกแดงเริ่มมาเดินบนคอนกรีตแทนและรู้สึกอึดอัดใจกับสิ่งที่ทำมา
ขณะเดียวกันก็รู้สึกเหมือนโดนสายตาเลวร้ายทิ่มแทงตลอดเวลา
ตอนนี้ ความทรงจำดีๆตอนวิ่งเล่นในทุ่งหายไป
จากนี้ หนุน้อยหมวกแดงก็แค่แอบเอาขาแตะหญ้าทุกครั้งที่รู้สึกว่าจะไม่มีคนเห็น
จบนิทาน
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
สิ่งที่ทำให้ตัวตนของจั๊กหายไปทีละเสี้ยว ทุกวันๆ
จริงๆแล้วมันไม่ใช่คำพูดของอีลุงที่เดินผ่าน
(เพราะอีลุงอาจจะหวังดี/หัวโบราณ/เป็นบ้า/หรือแค่เป็นโลลิค่อนอยากเข้ามาคุยด้วยก็ได้ ใครจะไปรู้)
แต่เป็นเพราะความคิดของกุเองที่รับสิ่งนั้นเข้ามา
เมื่อนานแต่ไม่นานมากมาแล้ว
เคยมีคนที่จั๊กเคารพคนหนึ่งบอกว่า
ข้อดีของเบลล์คือเบลล์เหมือนฟองน้ำรู้เปล่า
เปิดรับสิ่งรอบตัวง่าย เธอเลยหัวไว สอนอะไรก็เลยง่าย ไม่มีกำแพง
แต่ว่าบางอย่างก็ต้องเลือกที่จะรับ หรือ ไม่รับ ด้วยตัวเอง
ถ้าซึมซับทุกอย่างมาหมดเบลล์จะงง รู้เปล่า
วันเวลาก็ผ่านไป
ช่วงชีวิตก็ผ่านเลย
น้องจั๊กก็ได้ค้นพบว่า
โอเค
ถูกต้องอะพี่
ถูกต้องที่สุด
T_T
หนูสับสน และงงงวยมาก
วันนี้เป็นวันที่มีโหมดนั้นในหลายๆเรื่อง
เรื่องงาน
เรื่องแฟน
เรื่องทางเดินชีวิตตัวเอง
เรื่องครอบครัว
บางทีความทุกข์ของกุก็อยู่แค่คำถามในหัวที่วนไปวนมาว่า
อันเนี้ย ใช่รึเปล่า
สิ่งนี้ ดีรึเปล่า
ที่ทำอยู่เนี่ย ถูกรึเปล่า
ถ้าไม่ใช่ ไม่ถูก กุต้องทำยังไง กุจะทำยังไงได้ อะไร ทำไม
ซึ่งจุดเริ่มต้นของคำถามทั้งมวล
มักจะเกิดจะคำพูดเล็กๆ การกระทำน้อยๆ ของคนที่อยู่รอบตัว เป็นตัวจุดประกาย
เพื่อนพูด [...]
Entries Tagged as ‘ริเริ่ม’
13/04/2009
Conversation with Juk
19/02/2009
รักนะเงินโง่
โปะ หัว
=*=
แต่วันนี้เป็นวันดี เพราะเป็นวันเกิดแอนเจ๊ครบ 26 และ แพรครบ 24
ดึใจด้วยนะทั้งสองท่าน
ตะกี๊ปลุกป๊าลงมาเป่าเค้กกัน มีพี่ตี้มาแจม
หนุกๆๆ เป่าเค้กกินเค้ก
ตั้งแต่ต้นเดือนมีออนทัวร์เยอะมาก
อาจเพราะตั้งเป้าไว้ว่าจะท่องเที่ยวหรืออะไรก็ตามแต่ ก็สมพรปากได้อีก
ไล่ตั้งแต่ที่ไปเขาค้อ กลับมาปุ๊บก็ไปประชุมที่ปราณบุรี
กลับมาปุ๊บพาฮู้ไปเกาะเกร็ด (จริงๆไม่ใช่ทริปแต่อยากใส่เข้าไปให้ดูเยอะๆ)
ข้ามอาทิตย์ต่อมาก็ไปฮ่องกงกะป๊ามู่แอนจี้
และอาทิตย์หน้ามีไปเชียงรายอีกด้วยค่ะเนี่ย
ขึ้นเหนือ ลงใต้ ไปซ้าย ไปขวา
สนุกดีนะ ถ่ายรูปๆๆ เดินเยอะก็รู้สึกเหมือนได้ลดต้นขา
แต่ข้อเสียคือจะรู้สึกเหนื่อยง่ายระหว่างอาทิตย์
เพราะเสาร์อาทิตย์ไม่ได้นอนอืด
แต่พยายามถือคติตาม ด๊อกเตอร์นากามัส อยู่
เค้าบอกว่าคนเราอ่ะ นอนหกชม.ก็พอแล้ว อย่าเกิน
โอเคๆ ก็เชื่อ อย่าเกินๆๆ (แต่ก็เกินทุกที)
โอเคอ่ะ
ไม่ได้ซักผ้ามาเกือบเดือนละ เพราะเสาร์อาทิตย์ไม่อยู่บ้าน
ขอบคุณคุณเจี๊ยบที่เมตตาดูแลความสะอาดให้เรา
เรื่องงานก็ดี มีงานเข้างานรองานแคนเซิลงานกลับมา
วนหลูบตามสไตล์เรื่อยไป
แต่ก็เครียดๆมั่ง มีมั่ง
ด้วยปัจจัยด้านการเงินอีกและ
วันนี้นั่งเล่นกะแอนน์ บ่นๆออกมา เอาวะ กุทำได้หมด เพื่อเงินๆๆ
(เรื่องของเรื่องคือลูกค้าบอกว่าจะจ่ายตังหลังประชุม กุก็ยินดีปั่นงานเป็นคนบ้า
ให้เสร็จเร็วขึ้นครึ่งเดือน เพื่อประชุมเร็วขึ้น ให้ได้ตังมาหมุน 55)
พี่มะได้ยินตะโกนถาม เฮ้ยพูดไรน๊ะ ทำไรได้หมด เพื่อไรนะ
กุกะแอนน์ก็หันไปทำหน้าแบ๊ว ก็ เพื่อเงิน แง
พี่มะบอก เฮ้ย หยุด พูดใหม่เด๊ะ
แอนน์ก็แหะๆ ก็ไม่ใช่ทั้งหมดอะนะคะ บางอย่างๆ ไง ตามกรณี…
กุก็ แหะๆ ก็เงินอ่ะ เงินนน… จะเอา
พี่มะส่วยหัวแล้วบอก ไม่ได้นะแก คิดงี้เนี่ย
และบ่นๆเปรยๆว่า ยูกายส์อาร์ทูยังฟอร์ดิส
ก็คิดในใจ [...]
08/01/2009
What I was doing 10 years ago
คือว่า นั่งว่างๆ เลยกลับไปเข้าเว็บกาตูนของจั๊ก
(บางคนอาจจะเคยเข้าไปดูแล้ว)
http://caesar.keenspace.com
ขอกราบที มันยังอยู่อีกอ่ะ T_T
Host ถึกไปป้ะ
(การ์ตูนแฟนตาซีอนาคตอิงประวัติศาสตร์อิงจินตนาการไร้สติ
inspire จากหนังสืออ่านนอกเวลาวิชาภาษาอังกฤษเสริม เรื่องจูเลียสซีซาร์
แต่เขียนได้ 21 หน้าก็ไปเมกาซะก่อน เลยหยุดไป)
แล้วก็ได้ค้นพบว่า
หนูจั๊ก เมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว
กับนังจั๊ก ณ.บัดนาว
เราช่างคล้ายคลึงกันมากๆเลยนะคะ
บัดนี้เรายังวาดรูปในคอมทุกวี่วัน
แค่เปลี่ยนจากการ์ตูนมาเป็น CI ปกหนังสือ และอื่นๆ
แล้วก็ยังระบายความในใจลงinternetด้วยภาษาที่ brokenๆ
อ้อ และยังใช้ชื่อว่าจั๊กเป็นนามแฝง 555
แต่ก่อนใช้ว่า Erah J. ฟังดูสวยมาก แต่มันย่อจาก
Jukko the Hare แปลไทยว่าอีจั๊กกระต่ายป่า
เป็นครั้งแรกที่หัดใช้อิลัสโฟ้โต้ช้อป หัดทำเว็บ
แปลกมากตอนนี้กุก็ทำเว็บไม่เป็นแล้ว
เมือก่อนกุทำอะไรลงไปได้ยังไงกุไม่ทราบได้ เบลอๆ
ช่วงม.ต้นก็จำได้ว่าเครียดสุดๆ เรียนหนักสุดๆ เรียนพิเศษหน้ามืด
แล้วกุเอาเวลาที่ไหนมาวาดรูป พ่นเสปรย์ ลงสี แสกน จัดหน้า
เขียนบรรยาย แปลไทยเป็นอังกฤษ หัดทำเว็บ เอาขึ้นเว็บ
ในขณะที่คอมมีพื้นที่ 10 กิ๊ก เน็ตก็ 56k ตรู่ดตรี๊ดตรู่ดดด
….
หนูจั๊ก เราภูมิใจในตัวคุณมากค่ะ
ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่า ถ้าเธอมีไฟ อะไรก็หยุดเธอไม่ได้
หนูจั๊กทำได้ นังจั๊กก็ทำได้นะ
พลังใจวัยรุ่น!
อีกเรื่องที่คิดได้
กุว่ากุเองก็ไม่เปลี่ยนเลยตรงที่ เวลาทำอะไร
จะชอบเก็บๆหมกๆ
ตอนวาดกาตูน วาดเสร็จเอาไปแอบในเก๊ะ
ใครมาคุ้ยดูนี่กุโกรธมากกก
(ส่วนใครที่กุเอาไปให้ดู คุณคือผู้ถูกเลือก)
เพราะแต่ไหนแต่ไร จั๊กเป็นคนกลัวการ express ตัวเอง
แล้วเวลาวาดรูปมันมีตัวกุอยู่ในนั้น (เหมือนเวลาเขียนหน่ะนะ)
ก็แบ่บว่า เป็นเด็กขี้อาย ขี้กลัว
อินเตอร์เน็ตเป็นเหมือนแดนสวรรค์ของจั๊กตรงที่ว่า
เราexpressตัวเองได้ มีผู้ชม [...]
21/09/2008
เงินร้อยสามสิบบาทสอนฉันว่า
ช่วงนี้
มีวิกฤติเศรษฐกิจถาโถม
เข้าใจคำว่า ถังแตก แล้ว
คือ เคาะกระปุกมาใช้แล้วไง ขึ้นแท๊กทีก็จ่ายเหรียญๆ
แล้วเอทีเอ็มจะเบิกแล้วก็เด้ง
แล้วคือจะกินอะไรดีๆ ก็ต้องยืนดูหน้าร้านไป
แล้วหนังสือที่อยากได้ ก็ได้แค่ยืนอ่าน (ไม่นะ T_T )
แล้วในขณะเดียวกันก็ยังไม่ได้คืนตังที่ยืมมาเลย
แล้วก็มีจดหมายมาแจ้งจากศุภนิมิตรว่าจะต่อการอุปการะเด็กมั้ย
(เพราะครบหกเดือนแล้ว)
โทรไปเลี่อนขอจ่ายสิ้นเดือน เค้าบอกไม่เป็นไรนะคะ ไม่ได้ทวง
T_T
ชิทท!!
ไม่นึกว่าจะมีวันนี้อยู่จริง
ไม่นึกจริงๆ
หมั่นใส้กุมั้ย กุก็หมั่นใส้ตัวเอง
แต่ก่อนกุไม่ใช่เด็กใช้ตังเยอะมากมาย
ไปเรียน กินข้าว กลับบ้าน
และในขณะเดียวกันป๊ามู่ก็ให้เงินเลี้ยงดูแบบพอดีๆ
จนวันนี้
วันที่กุเลี้ยงดูตัวเองอย่างจริงจังมาได้ครบหนึ่งปี
ตอนแรกๆก็ไปได้ดีนี่
ท่องเที่ยว ซื้อของ กินโน่นนี่ เก็บๆ ลงทุน ยืมๆ ทำงานเอง
แล้ว…
ทำไมมันเร็วนักวะ (เพราะมึงใช้เงินไม่คิดไงคะ)
ในความขาดแคลนเนี่ย
มันก็สอนอะไรกุหลายอย่าง
(…ถึงมันไม่ตั้งใจสอนกุก็จะให้สอน
ขอกอบเกี่ยวอะไรไปจากช่วงเวลายังงี้ซักอย่าง)
บทที่หนึ่งคือ อะไรๆในโลกล้วนไม่จีรัง
บทที่สองคือ ชีวิตไม่ใช่เกมเศรษฐี อย่าตัดสินใจเร็วเกินไป
บทที่สามคือ ถ้าไม่ทำอะไรให้ชัดเจนก็อย่าหวัง …
และบทที่สี่คือ my life depends on ME
ฉันและฉันและฉันและฉันคนเดียวที่ใช้ชีวิตของฉันของฉัน
ในความดาร์คก็มีความสว่าง
ในความจน ความหิว แล้วความรู้สึกที่ว่าพรุ่งนี้กุจะยืมเงินใครดี
ก็เหมือนมีอะไรตบหัวให้ตื่น
ที่จะซื้อบ้านมีน้ำพุให้ป๊า
และมีชีวิตที่ดูแลตัวเอง และคนอื่นได้
มันก็ต้องมีอะไรในชีวิตกุที่นอกเหนือจากนี้อีก มากมายนัก
ยัยหนูวัยยี่สิบสาม
แล้วตะกี๊แอนจี้ก็บอกว่า
อ่ะ ยืมชั้นก่อนมั้ย
ได้มาแล้วร้อยนึง
T_T
บทที่ห้าคือ
ชีวิตนี้ ยังไม่จบสิ้น
รักนะทุกท่าน
สู้ๆ!
15/05/2008
111 Little things I wouldn’t normally do.
โครงการพิเศษ เฉพาะกิจจั๊ก
เกิดจากคำพูดที่เค้าว่ากันว่า a little thing make a big diffrent
และการที่พี่โอ๋บอกว่า พวกพี่เจอคุณพพ.หน้าลิฟท์แล้วทักกัน
และบัดนี้คุณพพ.นำพวกพี่ๆไปลุยโครงการยักษ์ณ.ดูไบอยู่
what if? สองวินั้นเค้าไม่ได้ทักกันอ่ะ
และนึกถึงหนังที่กวินเน็ทเล่น เรื่องไรนะ ที่มี2ช้อต คือแบ่บ นางเอกขึ้นรถไฟทัน กะนางเอกขึ้นรถไฟไม่ทันอ่ะ
(เดอะแล๊ดเก้อปะ หรือเดอะดอร์ อ๋อ เดอะสไล๊ดิ้ง ดอร์ๆ)
และนึกถึงหนังเรื่อง butterfly effect
และที่ไอสะไตน์บอกว่า นิยามของคนบ้าคือคนที่ทำไรซ้ำๆๆแล้วหวังผลลัพธ์ที่ต่างจากเดิม
และจั๊กที่บอกว่า วันๆกุตื่นมา ทำงาน กิน และนอนเองอ่ะ ช่วงนี้ (เที่ยวบ้างเจอเพื่อนบ้าง)
แต่อยากมีชีวิตเฮฮาหรูหราเงินเยอะชั้นสวยหุ่นดีเจอคนเท่มากๆและมีแฟนดีที่สุดในโลก
แต่วันๆก็ไม่พ้นหลูบเดิมนะ
อ๋อ และที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา ที่นอนอืดและนอนอืดๆๆอยู่บ้าน
ลองคิดดูว่า ถ้ากุลุกไปทำอะไรซะมั่ง เช่น ลุกไปโทรหาใครซักคนตอนนี้
ชีวิตกุจะต่างไปยังไงบ้างวะ
นั่นสริ
หลังจากวันนั้นเลยโน้ตๆมา
ถึงอะไรที่เป็นเรื่องกุบกิบ ที่ ถ้า ถึง คนทั่วไปเค้าจะทำกัน
แต่ถ้าเป็นจั๊กในเวอร์ชั่นปกติ จั๊กคนไม่ทำอะค่ะ
(เพราะว่ากุยุ่งอยู่ กุเหนื่อย หรือกุขี้เกียจ หรือกุไม่ทันเห็น ก็ตามแต่)
เกิดเป็นชื่อโครงการตรงตัว ดังนี้
111 Little things I wouldn’t normally do, the project
กฎข้อบังคับของโครงการคือ ต้องเป็น-สิ่งเล็กๆที่ปกติคงไม่ทำ-เท่านั้น
เป็นสิ่งใหญ่ๆ [...]
09/01/2008
สิ่งเหล่านี้แห่งปี 2008
วันนี้วันแรกในรอบหลายอาทิตย์นะที่ได้กลับมาบ้านนั่งว่างๆ
เจอหน้าป๊ามั่ง นั่งเม๊ากัน กินๆ เม๊าๆ กะแอนจี้
ละก็เล่นเน็ตมาสี่ชม.ละ ตามอ่านบล๊อก เช็คเมล
= =
ก็ตามหัวข้อ
คิดไว้ตั้งแต่ก่อนปีใหม่แล้ว ยังไม่ได้จดซะที
ตะละแล๊น แต่น แตน
ปีนี้ ปีดี เพื่อเข้าสู่วัยยี่สิบสี่ของจั๊ก
สิ่งที่ลงมติแล้วว่าควรค่าแก่การลงมือกระทำ
มีดังนี้
.
.
01. ปีแห่งการถ่ายรูปจิบกาแฟกับ 5-6 สถานที่
เพราะปีที่แล้วเราได้รู้ว่า การออกท่องเที่ยวเปิดหูเปิดตา เป็นสิ่งมีค่ายิ่ง
สามารถทำให้หูตาจมูกปากและหัวใจจั๊ก กว้างไกลขึ้นได้ (รวมถึงไซส์ตัว)
และเพราะตอนนี้ยังมีแรง มีไฟ มีใจ ไร้ซึ่งพันธะใดๆ
ถือเป็นโอกาสอันดีของชีวิต
คุยกะที่ออฟฟิศไว้แล้ว พี่เปาบอก เอาเลย ถ้าไปได้แกไปเลยยยยย
ค่ะ จั๊กสู้ๆค่ะ
สถานที่ๆเล็งไว้ก็มีดังนี้นะคะ
เชียงใหม่-ปาย (ไปมาแล้ว)
เวียดนาม (คิดว่าน่าจะน่ารักเหมือนลาว)
เสม็ดหรือสมุย (เพราะเกิดมาไม่เคยไป เป็นปม โดนล้อ)
ญี่ปุ่น (อยากนอนในแคปซูล อยากกินซูชิหมุน มอนจายากิ อยากถ่ายรูปคนตามถนนแบบFRUiTS)
ฟินแลนด์ (เพราะเฮลลุคส์ล้วนๆ จั๊กบ้าจี้ และเหตุผลคล้ายข้อบน)
เยอรมัน ซานฟราน หรือ โร้ดไอเล่น (ประเด็นคือดูที่เรียนต่อ)
ต่างจว.แถว ที่มีทุ่งนา (รู้สึกอยากถ่ายรูปชาวนาไทย)
ฮ่องกง อีกรอบ ( พาที่บ้านไป พาป๊ากะมู่ไปกินเกี๊ยวกุ้ง กะไปช้อปกะแอนจี้)
โมนาโค หรือ ฮังการี่ แถวนั้น (อยากรู้ว่าเป็นไง เคยเห็นแต่ในโฆษณาดัชมิล)
รู้สึกจะเกินหกที่ [...]
13/12/2007
4th place already?
เพราะว่าบ้านเก่าที่เต็ม
ไหนๆก็ไหนๆ
เริ่มใหม่ละกัน
สู่โลกภายนอก
http://bejuk.wordpress.com
welcome to another era of จ๊ะจั๊ก
สี่ปีแล้วนะ
ขอบคุณที่ยังอยู่
อยู่ด้วยกันเรื่อยๆนะฮะ
=)