1. Silent Night
วันที่ 13 เมษายน 2009 ดิชั้นออกไปนอกบ้านและพบว่า
กรุงเทพที่รักได้กลายเป็นเมืองร้าง ร้านข้าวที่เคยเปิด ก็ปิด
ถนนที่วุ่นวายกลับไม่มีรถ ห้างที่เคยพร้อมเสมอสำหรับชั้น ก็มืดสนิท
ผู้คนตามถนนหายสิ้น มีหมอกควันขึ้นบนท้องฟ้าเป็นระยะๆ
มีผีดิบเสื้อแดงที่เป็นบ้าอยู่ตามจุดต่างๆ คอยทำร้ายผู้คน
โอเคนี่มันฉากในไบโอฮาซาร์ทชัดๆ ใครถ่ายหนังอยู่ป้ะเนี่ย
2. Dear Lovely Yhi
ชั้นได้ทำให้หยิเพื่อนพม่าของฉัน ที่แสนดี เสียความรู้สึก
ด้วยความที่เราประมาทกินไปว่า ชาวพม่ามักมีจิตใจร่าเริงเสมอ
ทำให้เราละเลยในการใส่ใจในรายละเอียดกะเค้า
ดิชั้นได้ค้นพบว่า ไม่ว่าจะชาวพม่า หรือชาวอะไร
ทุกคนก็มีจิตใจที่อ่อนโยนและวอเนอเรเบิ้ลทั้งนั้น
ถ้ารักเค้าก็ต้องคิดถึงจิตใจเค้าด้วย เอาใจหยิมาใส่ใจเรา
หยิคะ ตั้งแต่กุฉีกไดอารี่ที่เขียนด้วยกันไปตอนป.4 (เพราะกุงอนมึงไรซักอย่าง)
แล้วชั้นเห็นแกร้องไห้
พอกลับบ้านไปกุก็นั่งร้องไห้ฮึกๆๆ หลายคืน ด้วยความรู้สึกผิด
เป็นปมแรกๆในวัยเด็กของกุที่กุรู้สึกว่ากุเลวร้ายมากๆ 55
ปมนั้นกุยังไม่หายไปจากจิตใจว่ากุไปทำแบบนั้นกะเพื่อนที่ดีของกุทำไม
และดิชั้นก็มีความตั้งใจว่าดิชั้นจะไม่ทำยังงั้นกะเพื่อน โดยเฉพาะเพื่อนหยิอีก
เพราะเพื่อนหยิเป็นเพื่อนที่ดี ที่ทำให้ดิชั้นร่าเริง สบายใจได้เสมอ เมื่อได้พบกัน
นอกจากนั้นแกยังเป็นท๊อปประเทศตอนสอบเอ็นท์ และ หุ่นดี
รวมถึงเป็นชาวพม่าที่เป็นเจ้าของคฤหาสน์ที่มีแชนเดอเลียอีกด้วย
ดังนั้น ประเด็นคือ กุขอโทษนะหยิ
ที่กุยังความรู้สึกช้าไม่เปลี่ยนเลยตั้งกะป.4
แกต้องอดทนกะเพื่อนเบลอๆคนนี้หน่อยนะ
ขอบคุณที่แกเป็นแกเสมอมา และยังอยู่ด้วยกันตั้งกะตอนนั้นจนบัดนี้
ชั้นรู้ว่าแกหายโกดแล้ว แต่เสาร์-อาทิตย์นี้ออกมาชิวกันเถอะ
พวกเราอยากจะจะง้องอนแกกันจนถึงที่สุด…
รักแก
>3<
จุ๊บ
3. Work Out!
คิดว่าต้องเริ่มออกกำลังกายแล้วหละ
เพราะว่า รู้สึกอ้วนขึ้น
แล้วก็ปวดหลังทุกวัน ยังไม่หาย
แล้วก็สิวขึ้นเต็มม เลย
แล้วก็วันนี้ไปเยี่ยมน้ากะยาย แฟนน้าทักว่า เนี่ย เครียดหรอ หมองไปนะ
โอเคนอกจากกุอ้วนแล้วกุยังหมองไปในขณะเดียวกันได้ด้วย
นี่มันวิกฤติวัยสาวชัดๆ
ได้เวลาดูแลตัวเองแล้วจั๊ก
จะพยายามทำให้เป็นนิสัย ที่ทำได้ทุกๆวัน
รบกวนให้กำลังใจด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
ทุกคนมาออกกกำลังกายกันเถอะ!
4. It’s a big world out there.
ค้นพบว่า ชั้นก็ยังเป็นคนอ่อนต่อโลกในระดับหนึ่งทีเดียว
เนื่องด้วย อย่างที่รู้กัน กุเป็นคนใช้ชีวิตอยู่ในวงสังคมของคนที่ซ้ำๆวนเวียนไปมา
เพื่อนๆ พ่อแม่ ญาติพี่น้อง คนรู้จัก เพื่อนร่วมงาน อะไรก็ตาม
ซึ่งคอนเฟิร์มได้เลยว่า เกือบทุกคน เป็นคนจิตใจดี และหวังดีกะกุ
เพราะว่าโดยนิสัยแล้ว
กุเองจะเลือกสมาคมแต่กับคนที่กุชอบและสบายใจที่จะอยู่ด้วยเท่านั้น
จุดประเด็นของเรื่องนี้คือ
สองสามวันก่อนกุเจอคำพูดแย่ๆจากคนที่กุไม่รู้จักคนนึง (แต่มันบอกมันรู้จักกุ เอาสิ)
และสองสามวันต่อมาก็เจอเรื่องน่ารำคาญจากอีกคนหนึ่ง
เป็นเรื่องปัญญาอ่อนที่ทำให้กุตื่นเต้นและว้าวุ่นได้มาก เพราะนานๆเจอที
เกี่ยวเนื่องกับที่เขียนบ่นอันก่อนหน้านี้แหละ
ใช้เวลาพักนึง ถึงจะเลิกคิดได้ แม้จะรู้ว่ามันปัญญาอ่อนนะ
เลยได้นั่งตระหนักว่า คนแบบเนี้ย เรื่องแบบเนี้ย
มีอยู่เยอะแยะเลยบนโลก ที่กุไม่ได้ออกไปรับรู้ เลยไม่ได้เจอ
หรือกุได้เจอแล้วกุก็พยายามห่างไปไกลๆหรือไม่จดจำ
มันก็คือเรื่องที่ดีแหละ ทำให้ชีวิต 80% ของกุ happy เป็นสุขดี ไม่มีปัญหา
แต่ลึกๆแล้วกุก็รู้ว่ากุหลบตัวเองอยู่ในโลกน้อยๆนี้ไม่ได้ตลอดไปหรอก
วันนึงที่กุแก่ขึ้น สังคมกว้างขึ้น
ชอบ ไม่ชอบ ดี เลว เสียสละ เห็นแก่ตัว อะไรก็ตาม ห้ามไม่ได้อยุ่ดี
skill ในการรับรู้ แยกแยะ และป้องกันตัวเองก็ต้องพัฒนาไปด้วย
ไม่ยังงั้นวันนึงกุคงกลายเป็นใครซักคนที่เสียศูนย์ไร้สติ
กุเองอยากจะโตขึ้น ปกป้องคุณจั๊ก และดูแลคนที่กุรักได้นะ
กล้าให้มากๆ
รู้จักคนให้เยอะๆ
เห็นให้ชัด รับรู้ให้หมด
จัดการให้ได้ ดูแลให้ดี
ทำซะให้พอ รู้สึกให้เต็มที่
จะได้เห็นว่าโลกใบนี้ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง
แล้วก็ปล่อยตัวเองออกจากโลกแคบๆ
ที่ปลอดภัยสบายใจ แต่ทำอะไรไม่ได้มาก ซะที
อยากจะทำอะไรได้กว้างๆ เยอะเย้อ
เริ่มช้าไปหน่อยแต่ก็ไม่สายหรอกมะ
รบกวนเป็นกำลังใจให้ในหัวข้อนี้ด้วย >3<
ขอบคุณมากๆ ทุกท่าน
5. Happiness is
ป๊ามู่แอนจี้เป็นกลุ่มคนที่ทำให้กุมีความสนุก และ สุข
เป็นการจับกลุ่มกับที่ดีของโชคชะตา
ที่ป๊าจับคู่กะมู่ และกับเอาแอนจี้กะกุมาอยู่ด้วยกัน
ขอบคุณพระเจ้าที่ให้หนูเกิดมาอยู่กับคนพวกนี้
หนูมาความสุขมากค่ะ
ขอให้พระเจ้าอวยพรให้พวกเขาแข็งแรง และมีความสุข ร่าเริง ทุกๆวัน
และเพิ่งรู้ว่าการที่ได้ขับรถพาป๊ากับแม่ไปไหนมาไหน
เป็นความรู้สึกที่ดีมากอย่างประหลาด
เป็นความสุขอีกหนึ่งอย่างที่ได้จากการขับรถเป็น
นอกเหนือจากไปไหนมาไหนง่ายขึ้น พาเพื่อนไปเที่ยวได้
ไปกินอะไรอร่อยๆไกลๆได้ และก็ไม่ต้องแบกคอมหนักๆไปๆมาๆ
ก็ตั้งใจว่าจะหัดทำอะไรที่เคยกลัวและทำไม่ได้ ให้กลายเป็นทำได้ อีกซักเรื่อง
มันคงต้องมีความสุขที่กุไม่รู้จักซุกซ่อนอยู่ในนั้นอย่างแน่นอน
แล้วพบกัน
=)
ความสุขอีกข้อคือการมาเล่าอะไรต่อมิอะไรในนี้แล้วมีคนรับรู้อยู่เป็นเพื่อน
ถึงจะเป็นเขียน ไม่ใช่พูด แต่ก็รู้สึกดีมากที่ได้ปล่อยออกมา
ขอบคุณมาก
อย่าลืมออกกำลังกาย
ดูแลสุขภาพ
ขับรถคาดเข็มขัด
ด้วยรัก และห่วงใยเสมอๆ
จาก
จั๊กเอง
>3<
3 Comments
18/04/2009 at 1:42 pm
วิดพื้นวันละ 25
ซิทอัพ วันละ 50
วิ่งเหยาะๆ วันละ 40-60 นาที (2-3 วันต่อสัปดาห์)
วันไหนไม่ได้วิ่งก็เขย่งเท้าเล่นข้างละ 30 ที
ลุก-นั่งอีก 20 ที
ยกดรัมเบลล์น้ำหนัก 5 กก. วันละ 20-30 ทีต่อแขนหนึ่งข้าง
นี่คือกิจวัตรของเรา เอาไปดัดแปลงได้ตามใจชอบ
แต่อย่าให้น้อยเกินไป ยึดกำลังตัวเองเป็นสำคัญ อย่ายึดความขี้เกียจล่ะ
ถ้าทำได้อย่างเหมาะสมแ ละต่อเนื่อง ภายใน 2 สัปดาห์รับรองเห็นผล
หุ่นเฟิม กระชับทุกสัดส่วน สมองปลอดโปร่งโล่งสบาย หน้าตาสดใสสวยงามเปล่งปลั่ง
เวลาส่องกระจก ถ้าสังเกตดีๆ แววตาจะมีประกายวิ้งๆ เพื่มเข้ามา
จะเป็นกำลังใจให้นะเฮะ…
18/04/2009 at 8:29 pm
วันหลังพากูไปเที่ยวบ้างน้า
มีจุดนึง อินสะไปร์กูมากๆว่าการขับรถพาพ่อกะแม่ไปเที่ยวนี่เป็นความสุขอีกอย่างอ่ะ กูเลยว่า จะไปเรียนขับรถบ้าง กูจะได้รู้สึกมีความสุขอย่างมึงบ้าง
โอเค รักและเป็นห่วงสะเหมอ
จุ๊บ
19/04/2009 at 7:55 am
โอเค เน แรง!!
วิดพื้นนี่ไม่ได้แน่ๆ แต่จะพยายาม 55
กะว่าจะเริ่มจากเดินตอนเช้าให้ได้ก่อน
ขอบคุณนะ
เอาเลยแตงซี่
ที่ออฟฟิศกุจัดทริปทะเล
มีชื่อมึงอยู่ในทริปไปแล้วนะคะแม้มึงจะไม่รู้ตัวก็ตาม ฮ่าฮ่า